พิชิตยอดเขาโมโกจู อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดกำแพงเพชร

พิชิตยอดเขาโมโกจู อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดกำแพงเพชร

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ครอบคลุมพื้นที่ 2 จังหวัด คือ กำแพงเพชรและนครสวรรค์ และในพื้นที่อุทยานฯ แห่งนี้ เป็นที่ตั้งของ “ยอดเขาโมโกจู” ยอดเขาที่ได้ขึ้นชื่อว่าสูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ด้วยความสูง 1,964 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ของทุกปี ทางอุทยานฯ จะเปิดเส้นทางเดินป่าเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้พิชิตยอดเขาโมโกจู สัมผัสกับความงดงามของผืนป่า ซึ่งประกอบไปด้วยป่ากว้าง 3 แห่งด้วยกัน คือ ผืนป่าคลองลาน ผืนป่าห้วยขาแข้ง และผืนป่าอุ้มผาง นักท่องเที่ยวที่พิชิตยอดเขาโมโกจู มักจะไม่พลาดที่ถ่ายภาพหินรูปเรือใบ ที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ริมยอดเขา มองด้านล่างก็จะเห็นไอหมอกที่ปกคลุมผืนป่า เป็นอีกหนึ่งภาพที่งดงามยิ่งนัก

พิชิตยอดเขาโมโกจู อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดกำแพงเพชร

เรียบเรียงข้อมูลโดย อะเมสซิ่งไทยทัวร์
ข้อมูลอ้างอิง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ภาพจาก puwanai , itman__47 , WeStudio , Man of the Mountain

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ นับได้ว่าเป็นมีผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่ง มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญมากมาย อาทิเช่น มะค่าโมง สัก ประดู่ ยางแดง เต็งรัง เป็นตัน อีกทั้งยังมีสัตว์ป่าที่หายาก เช่น ช้างป่า กระทิง เสือ กวาง เก้ง หมี แมวลาย และนกต่างๆ โดย ด้วยสภาพเส้นทางเดินขึ้นเขา ที่มีความลาดชันไม่ต่ำกว่า 60 องศา และใช้เวลาในการเดินทางไป – กลับ ใช้ระยะเวลา 5 วัน ซึ่งต้องพักแรมในป่าตามจุดที่ได้มีการกำหนดไว้ นักท่องเที่ยวจึงต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนออกเดินทางจริง

พิชิตยอดเขาโมโกจู อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดกำแพงเพชร

น้ำตกแม่รีวา อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ระยะทางประมาณ 21 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่สวยงามมากมี 5 ชั้น

พิชิตยอดเขาโมโกจู อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดกำแพงเพชร

พิชิตยอดเขาโมโกจู อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดกำแพงเพชร

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเดินทาง: ยอดเขาโมโกจูเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินป่าในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์

การเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติแม่วงก์: จากกรุงเทพมหานคร ใช้เส้นทางไปกำแพงเพชร-คลองลาน สู่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ตามทางหลวงหลายเลข 1117 กิโลเมตรที่ 65 ถนนคลองลาน-อุ้มผาง

นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุโขทัย หมายเลขโทรศัพท์ 055616228-9

ตลาดนัดรถไฟรัชดา (Train Night Market Ratchada) แหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืนในกรุงเทพฯ

ตลาดนัดรถไฟรัชดา (Train Night Market Ratchada) แหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืนในกรุงเทพฯ

ถ้าจะให้แนะนำแหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืนแนวตลาดนัดในกรุงเทพฯ “ตลาดนัดรถไฟรัชดา (Train Night Market Ratchada)” ถือเป็นตลาดนัดยามค่ำคืนยอดฮิตของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เนื่องด้วยเป็นตลาดที่มีสินค้าหลากหลายให้เลือกจับจ่ายใช้สอยไม่ว่าจะเป็นของกิน เครื่องแต่งกาย ของเก่า ของสะสม ของตกแต่งบ้าน ให้เลือกชม เลือกซื้อ เลือกกินมากมาย ซึ่งร้านค้าจะแบ่งเป็นโซน เป็นล๊อคร้านค้า หากมองจากมุมสูงตลาดนัดแห่งนี้จะมีสีสันถือได้ว่ามีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนกับตลาดทั่วๆ ไป โดยสามารถมองเห็นได้จากโรงจอดรถหลังห้างสรรพสินค้าเอสพลาดนาด รัชดา และมุมภาพดังกล่าวนี้มีช่างภาพทั้งชาวไทยและต่างชาติมากมายเลือกมาถ่ายภาพอยู่เป็นประจำ

ตลาดนัดรถไฟรัชดา (Train Night Market Ratchada) แหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืนในกรุงเทพฯ

เรียบเรียงข้อมูลโดย อะเมสซิ่งไทยทัวร์
ข้อมูลอ้างอิง ตลาดนัดรถไฟรัชดา
ภาพจาก Akekalak Phatchaitong

ตลาดนัดรถไฟรัชดา (Train Night Market Ratchada) เป็นตลาดนัดยามค่ำยืน นอกจากจะเป็นสถานที่สำหรับจับจ่ายสินค้าต่างๆ แล้ว ที่แห่งนี้ยังเหมาะแก่การใช้เป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ในกลุ่มเพื่อนฝูง เพราะนอกจะมีร้านอาหารไม่ว่าจะเป็นข้าวแกง ขนมจีน อาหารทะเล รวมถึงร้านกินดื่ม มีดนตรีเพราะๆ ขับกล่อมยามค่ำคืนอีกด้วย

ตลาดนัดรถไฟรัชดา (Train Night Market Ratchada) แหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืนในกรุงเทพฯ

ปิดให้บริการวัน อังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 17.00 – 01.00 น.
facebooke: https://www.facebook.com/taradrodfi.Ratchada

การเดินทางไป ตลาดนัดรถไฟรัชดา : การเดินทางได้ทั้งรถเมล์ รถตู้ รถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) รถส่วนตัว
1. รถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) มาลงสถานี ศูนย์วัฒนธรรม แล้วออกประตู 3 ทางเดียวกับทางไปเอสพลานาด แต่เข้าไปด้านหลังห้าง เพราะบริเวณตลาดนัดรถไฟ คือด้านหลงของห้างเอสพลานาด รัชดา
2. รถเมล์ สาย 63ก, 73ก, 136, 137, 172, 185, 206, 514, 529
3. รถตู้โดยสาร สาย รังสิต – อ.ส.ม.ท ในการเดินทาง
4. รถส่วนตัว อาจจะต้องใช้บริการของทางห้าง แต่ถ้าเป็นมอเตอร์ไซค์ สามารถนำเข้าไปจอดในลานจอดรถด้านหลังได้

การที่ได้มาสัมผัสกับความงดงามยามค่ำคืนของตลาดนัดรถไฟรัชดา (Train Night Market Ratchada) ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ หากคุณกำลังวางแผนเที่ยวกรุงเทพฯ แต่ยังไม่มีที่พัก เราแนะนำให้คุณจองที่พักกรุงเทพฯ ผ่าน agoda.com เพราะคุณจะได้ที่พักในราคาพิเศษ

เที่ยวตลาดน้ำวัดลำพญา (Wat Lam Phaya Floating Market) จังหวัดนครปฐม

เที่ยวตลาดน้ำวัดลำพญา (Wat Lam Phaya Floating Market) จังหวัดนครปฐม

จังหวัดนครปฐม ขึ้นว่าเป็นเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายที่ด้วยกัน “ตลาดน้ำวัดลำพญา(Wat Lam Phaya Floating Market)” เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำนครชัยศรี (แม่น้ำท่าจีน) มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมแวะมาเที่ยว อาจจะด้วยที่ตั้งของตลาดแห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30-40 นาที ก็จะได้สัมผัสกับบรรยากาศธรรมชาติริมน้ำ รวมทั้งปลานานาชนิดนับแสนตัวแหวกว่ายไปมา ตลอดเส้นทางเมื่อเดินทางเข้าสู่เขตอำเภอบางเลน จะเห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านจากสองฝั่งถนนเป็นทุ่งนา ไร่ สวน เรียงรายสลับกันไป เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนกรุงฯ ที่กำลังมองหาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ หลีกหนีความวุ่นวายในเมืองใหญ่ เดินทางมาสัมผัสกับบรรยากาศของต้นไม้น้อยใหญ่ที่ให้ความร่มเย็น วิถีชีวิตของชาวบ้าน การปลูกพืชผักผลไม้ บรรยากาศการค้าขายที่คึกคักเป็นกันเองของแม่ค้าจำนวนมากที่ตั้งอยู่บริเวณริมเขื่อนชายแม่น้ำและในแพทางเดินตลอดริมแม่น้ำหน้าวัดลำพญา ซึ่งตลาดน้ำแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งตลาดที่ส่งเสริมอาชีพและรายได้ให้กับชาวบ้านและเกษตรกรในท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็นแหล่งชุมนุมสินค้าเกษตรกรรม หัตถกรรม และสินค้าพื้นเมือง

เรียบเรียงข้อมูลโดย อะเมสซิ่งไทยทัวร์
ข้อมูลอ้างอิง ตลาดน้ำวัดลำพญา
ภาพจาก Sombat Muycheen 

“ตลาดน้ำวัดลำพญา” บางเลน นครปฐม เป็นตลาดริมน้ำ ที่มีสินค้าหลากหลาย ทั้งของกินของใช้ ผักสด ผลไม้ ซึ่งสินค้าที่ราคาไม่แพง โซนของกินแต่ละร้านมีเมนูเด็ดให้เลือกชมเลือกซื้อ เลือกชิมมากมายไม่ว่าจะเป็นเมี่ยงกลีบบัว เมี่ยงคำ กุ้งเผา ปูนึ่ง กุ้งย่าง ปลาหมึกย่าง หมูสะเต๊ะ ปูไข่นึง ปลาเผา ส้มตำ ไก่ย่าง  ก๋วยเตี๋ยว รวมถึงของกินอีกหลากหลายเมนู ที่ได้รับการการันตีความอร่อยจากรายการทีวีหลายร้านมาก งานนี้สายกินห้ามพลาด จะมาเดี่ยว เที่ยวกับครอบครัว หรือมากับเพื่อนฝูง รับรองว่าจะเป็นอีกหนึ่งทริปที่คุณจะประทับใจและอยากกลับมาเที่ยวอีกแน่นอน

เที่ยวตลาดน้ำวัดลำพญา (Wat Lam Phaya Floating Market) จังหวัดนครปฐม

การเดินทางด้วยรถสาธารณะ :  ท่ารถตู้ที่ปิ่นเกล้า อยู่เลยโลตัสปิ่นเกล้า บริเวณหน้า 7-11 รถตู้ (ปิ่นเกล้า/ศาลายา/บางเลน) แจ้งคนขับว่าลงตลาดน้ำวัดลำพญา ซึ่งมีผ่านตลาดทั้งไปและกลับ ตั้งแต่ตี 5 ไปจนถึง 5 โมงเย็น
เวลาเปิดให้บริการ : 08.00 – 17.00 น. ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
แฟนเพจตลาดน้ำวัดลำพญา :
ที่ตั้ง : วัดลำพญา ตำบลลำพญา อำเภอบางเลน นครปฐม
พิกัด GPS : ตลาดน้ำวัดลำพญา

สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจหรือต้องการมาเที่ยวตลาดน้ำวัดลำพญา จังหวัดนครปฐม สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่พัก ร้านอาหาร และการเดินทาง ได้ที่ ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม (พื้นที่รับผิดชอบ

ตลาดน้ำดอนหวาย (Don Wai floating market) จังหวัดนครปฐม

ตลาดน้ำดอนหวาย (Don Wai floating market) จังหวัดนครปฐม

มีหลายท่านสอบถามเข้ามาและให้ช่วยแนะนำแหล่งท่องเที่ยวชิม ช้อป ใกล้ๆ กรุงเทพฯ จัดไปครับ เราแนะนำที่นี่เลย “ตลาดดอนหวาย (Don Wai floating market)” ตั้งอยู่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 30-40 นาทีก็ถึงแล้ว ซึ่งตลาดน้ำแห่งนี้มีของกินสารพัด เลือกชิมเลือกช้อป ทั้งอาหารคาวหวาน การันตีว่าอร่อยทุกร้าน และยังมีอาหารพื้นบ้านดั้งเดิม อาทิเช่น เป็ดพะโล้ ต้มเค็มปลาตะเพียน ต้มเค็มปลาทู ขนมจีนน้ำยากะทิ น้ำยาป่า ห่อหมกปลาช่อน ทอดมันปลากรายแท้ และขนมไทยโบราณ

เรียบเรียงข้อมูลโดย อะเมสซิ่งไทยทัวร์
ข้อมูลอ้างอิง ตลาดน้ำดอนหวาย
ภาพจาก SONTAYA CHAISAMUTR / Shutterstock.com,  Full_chok / Shutterstock.com, kajornyot wildlife photography

นักท่องเที่ยวท่านที่ยังไม่เคยมาเที่ยวตลาดน้ำดอนหวาย ช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์สามารถแวะมาเที่ยวตลาดน้ำแห่งนี้ได้ ตลาดแห่งนี้จะเปิดบริการทุกวัน (แนะนำให้มาช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ เพราะของขายจะเยอะกว่าวันธรรมดา) ไม่ได้มีเพียงแต่ของกินเท่านั้น เพราะตลาดแห่งนี้ยังมีพืชผักและผลไม้ส่งตรงมาจากสวนชาวบ้านให้เลือกชมเลือกซื้อ บรรยากาศดีน่าเดินมากเลยทีเดียว มีร้านค้าเรียงรายอยู่ตามแพและเรือนริมน้ำ

ตลาดน้ำดอนหวาย (Don Wai floating market) จังหวัดนครปฐม

หลังจากเลือกชมเลือกช้อปเลือกชิมกันอย่างจุใจแล้ว อีกหนึ่งกิจกรรมที่อยากแนะนำนั่นก็คือ นั่งเรือล่องแม่น้ำท่าจีน ชมวิวสองฝั่ง สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านริมน้ำ ชมบ้านทรงไทยหลายแบบ บางหลังเป็นอาคารไม้เก่าตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนตลาดดอนหวาย กิจกรรมล่องเรือ
เส้นทางแรก ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 15 นาที ค่าเรือผู้ใหญ่คนละ 50 บาท เด็กคนละ 25 บาท
เส้นทางที่สอง ใช้เวลา 2 ชั่วโมง ค่าเรือผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 40 บาท สอบถามข้อมูลติดต่อ ศรีสวัสดิ์ย้อนยุค หมายเลขโทรศัพท์ 081-4488876

เวลาเปิดให้บริการ: เปิดบริการทุกวัน วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 07.00-18.00 น. และวันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 07.00-18.30 น.

การเดินทางจากกรุงเทพฯ มายังตลาดน้ำดอนหวาย
โดยรถยนต์-เส้นทางที่ 1 จากสะพานปิ่นเกล้า มุ่งตรงไปถนนปิ่นเกล้า – นครชัยศรี ผ่าน ถนนพุทธมณฑล สาย 1-2-3 เมื่อผ่านถนนพุทธมณฑลสาย 4 สังเกต ป้ายบอกทางเลี้ยวซ้ายเข้าพุทธมณฑลสาย 5 ขับเข้ามายังถนนพุทธมณฑลสาย 5 ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร เจอสี่แยกเลี้ยวขวา มุ่งตรงสู่วัดดอนหวาย รวมระยะทางจาก สะพาน ปิ่นเกล้า – วัดดอนหวาย 27 กิโลเมตร ใช้เวลา ประมาณ 15 – 30 นาที
-เส้นทางที่ 2 ใช้เส้นทาง ถนนเพชรเกษม จากสี่แยกท่าพระ ตรงมาเรื่อยๆ ผ่าน บางแค หนองแขม ผ่านทางแยกเข้าพุทธมณฑล สาย 4 ตรงมาเรื่อยๆ เมื่อถึงทางแยกถนนพุทธมณฑลสาย 5 เลี้ยวขวา ตรงมาระยะทาง 6 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายมุ่งตรงสู่วัดดอนหวาย รวมระยะทาง 30 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 30- 60 นาที

โดยรถประจำทาง– รถตู้ปรับอากาศ เมอรี่คิงส์ปิ่นเกล้า – วัดดอนหวาย – วัดไร่ขิง ราคา 40 บาท ใช้เวลาประมาณ 20 -40 นาที ถนนเพชรเกษม คุณสามารถใช้บริการ รถโดยสารปรับอากาศสาย (ปอ.) 84 (12- 19 บาท) ลงตรงปากทางเข้าวัดไร่ขิง(ให้สังเกตุสวนสามพราน ก็ลงป้ายถัดไปได้เลย) และต่อรถสองแถวประจำทาง เข้ามาวัดดอนหวาย (10 บาท) หรือใช้บริการรถมอเตอร์ไซต์คิว (40 -50 บาท)
– สถานีขนส่งสายใต้ สามารถใช้บริการรถโดยสารที่จะไปยังจังหวัดนครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี เมื่อมาถึงปากทางใช้บริการ รถสองแถวได้ทั้งสองฝั่ง ทั้งทางถนนเพชรเกษมและถนนปิ่นเกล้านครชัยศรี

ทุ่งทานตะวันบานลพบุรี จังหวัดลพบุรี

ทุ่งทานตะวันบานลพบุรี จังหวัดลพบุรี

จังหวัดลพบุรี เป็นหนึ่งในสถานที่สำหรับปลูกทานตะวันมากที่สุดในประเทศไทย โดยดอกทานตะวันจะเริ่มบานให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงดงามของทุ่งทานตะวัน ระหว่างช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกๆ ปี ช่วงเวลาดังกล่าวนี้มีการจัดเทศกาลทุ่งทานตะวันบานลพบุรี ทั้งนี้ในจังหวัดลพบุรีพื้นที่ปลูกทานตะวันตามพื้นที่ต่างๆ ซึ่งจะมีเส้นทางการเดินทางเที่ยวชมทุ่งทานตะวัน ดังรายละเอียดต่อไปนี้

เรียบเรียงข้อมูลโดย อะเมสซิ่งไทยทัวร์
ภาพจาก keangs Chaianan, chokmoso, Happy13, ททท.สำนักงานลพบุรี
ข้อมูลอ้างอิง tat7.com, ททท.สำนักงานลพบุรี

เส้นทางการเดินทางเที่ยวชมทุ่งทานตะวัน
เส้นทางที่ 1 ลพบุรี–พัฒนานิคม–วังม่วง
1.1 จุดแรก เขาจีนแล ห่างจากจังหวัดลพบุรี ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร จุดนี้ถือว่าเป็นจุดที่สวยที่สุดของจังหวัดลพบุรี เนื่องด้วยมีทิวทัศน์ด้านหลังทุ่งทานตะวันเป็นภูเขาสูงต่ำลดหลั่นกันไป
1.2 จุดที่สองบ้านหนองถ้ำ-ซับเสือแมบ ห่างจากจังหวัดลพบุรี ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร
1.3 จุดที่สามอ่างซับเหล็กเลยจุดที่สอง ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ณ จุดนี้จะมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และมีทุ่งทานตะวันอยู่ด้านล่าง ด้านหลังทุ่งทานตะวันจะมีภูเขาที่สวยงาม เรียกว่า “เขาตะกร้า”

เส้นทางที่ 2 ทางหลวงหมายเลข 21 (สระบุรี–หล่มสัก)
2.1 จากแยกพุแค ระยะทางประมาณ 10-15 กิโลเมตร ลงเขาขาดซึ่งเป็นเขตติดต่อจังหวัดสระบุรีกับลพบุรีไปจะพบกับทุ่งทานตะวันบาน ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจังหวัดลพบุรี เหลืองอร่ามทั่วทั้งหุบเขา
2.2 จุดที่สองพอถึงสี่แยกตลาดซอย 12 เลี้ยวขวาไปเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จะมีดอกทานตะวันบานทั้งสองข้างทางจนถึงตัวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
2.3 ขากลับจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ขับรถตรงเข้าเมืองลพบุรี และแวะถ่ายรูปได้ตลอดเส้นทางจากเส้นทางที่ข้อที่ 1.1-1.3

ทุ่งทานตะวันบานลพบุรี จังหวัดลพบุรี

เส้นทางชมทุ่งทานตะวันบานลพบุรี จังหวัดลพบุรี