ชมดอกนางพญาเสือโคร่งบาน ณ ภูลมโล จังหวัดเลย

ชมดอกนางพญาเสือโคร่งบาน ณ ภูลมโล จังหวัดเลย

ภูลมโล แหล่งท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ซึ่งสถานที่แห่งเป็นจุดชมดอกนางพญาเสือโคร่ง (ซากุระเมืองไทย) โดยจะเริ่มออกดอกประมาณเดือนธันวาคมถึงมกราคมหรือไม่ก็ช่วงกลางเดือนมกราคมกุมภาพันธ์ แต่ละปีจะมีช่วงเวลาที่ไม่แน่นอน และการออกดอกของนางพญาเสือโคร่งบนภูลมโล จะออกดอกหรือบานไม่พร้อมกันทุกแปลง จะทยอยออกดอกไปทีละแปลง (ก่อนออกเดินทางแนะนำให้สอบถามข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เพื่อจะได้มาเที่ยวตรงกับช่วงที่ดอกนางพญาเสือโคร่งบาน)

เรียบเรียงข้อมูลโดย อะเมสซิ่งไทยทัวร์
ข้อมูลอ้างอิง ภูลมโลซากุระเมืองไทยนางพญาเสือโคร่งกกสะทอน
ภาพจาก Jes2u.photo / Shutterstock.com , yaipearn / Shutterstock.com , jiraphoto / Shutterstock.com

ยอดภูลมโล เป็นจุดที่สูงสุด มีความสูง 1,680 เมตร จากระดับน้ำทะเล ด้วยเหตุนี้จึงทำให้สถานที่แห่งนี้มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวชมความงดงามของดอกนางพญาเสือโคร่งในช่วงหน้าหนาว แม้ว่าทางอุทยานฯ จะอนุญาตให้สามารถนำรถส่วนตัวขึ้นไปได้ สำหรับท่านที่ไม่ชำนาญในเรื่องเส้นทาง ทางชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนกกสะทอน มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวไว้บริการนักท่องเที่ยว

ชมดอกนางพญาเสือโคร่งบาน ณ ภูลมโล จังหวัดเลย

สำหรับท่านที่สนใจขึ้นไปชมดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือต้องการติดต่อรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 062-5570912 – 3 นอกจากนี้ยังสามารถติดตามข่าวสารผ่านทางเฟซบุ๊กได้ที่

ชมทะเลบัวแดง ณ หนองหาน กุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี

ชมทะเลบัวแดง ณ หนองหาน กุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี

เข้าสู่ช่วงหน้าหนาว หลายๆ คนคงนึกถึงภาพดอกไม้บานสะพรั่ง ไม่ว่าจะเป็นทุ่งบัวตอง ทางภาคเหนือของประเทศไทย แต่ในขณะเดียวกันทางภาคอีสานก็มีของดีไม่แพ้ภูมิภาคอื่นๆ สำหรับทริปนี้อะเมสซิ่งไทยทัวร์ จะพาคุณไปชมความงดงามของเวิ้งน้ำอันกว้างไกล บนเนื้อที่ 20,000 กว่าไร่ ที่เต็มไปด้วยดอกบัวสายสีชมพูอมแดง บานสะพรั่งทั่วผืนน้ำรอบบึงหนองหาน จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก ทะเลบัวแดง ณ หนองหาน กุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ซึ่งจะเริ่มบานช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ของทุกปี (เดือนมกราคมจะบานเยอะที่สุด) โดยจะบานตั้งแต่เวลา 06.00-11.00 น. 

เรียบเรียงข้อมูลโดย อะเมสซิ่งไทยทัวร์
ข้อมูลอ้างอิง อะเมสซิ่งไทยทัวร์, ไทยรัฐ
ภาพจาก akekalak phatchaitong, Narong Jongsirikul, Everything I Do, Sarit Wuttisan, Lukchai Chaimongkon

หนองหาน ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ชุ่มน้ำที่สำคัญของทางภาคอีสาน ด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของพื้นที่แห่งนี้ นอกจากจะมีดอกบัวสาย (บัวแดง) ที่บานสะพรั่งละลานตาทั่วผืนน้ำแล้ว ที่นี่ยังมีนกนานาพันธุ์ รวมถึงปลาหลากหลายชนิด แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของสภาพทางธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้เว็บไซต์สำนักข่าวชื่อดัง อย่าง CNN ได้คัดเลือกให้ หนองหาน เป็นทะเลสาบที่แปลกที่สุดในโลกอันดับสองรองจากทะเลสาบแมงกะพรุน ในประเทศฟิลิปปินส์

ทะเลบัวแดง

อีกหนึ่งสถานที่ที่คุณไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนทะเลบัวแดง นั่นก็คือ วัดดอนหลวง หรือวัดกลางน้ำ ซึ่งวัดแห่งนี้ตั้งอยู่กลางน้ำ นักท่องเที่ยวที่แวะไปชมความงดงามบัวแดงส่วนใหญ่จะแวะไหว้พระ ณ วัดแห่งนี้ และจุดนี้ยังมีจุดชมวิว ซึ่งเป็นหอคอย ที่สามารถมองเห็นทะเลบัวแดงได้ในระยะไกล

วัดดอนหลวง

วัดดอนหลวง

หอคอย วัดดอนหลวง

วิวทะเลบัวแดง จากหอคอย (จุดชมวิววัดดอนหลวง)

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการติดต่อขอใช้บริการเรือเพื่อชมความงดงามของบัวแดง สามารถติดต่อสอบถามเรือที่ให้บริการตามท่าเรือต่างๆ ตามข้อมูลด้านล่างนี้
-ท่าเรือบ้านเดียม หมายเลขโทรศัพท์ 08-9395-0871
-ท่าเรือเชียงแหว หมายเลขโทรศัพท์ 08-1872-8213, 08-8310-4767
-ท่าเรือหัวดอนดง หมายเลขโทรศัพท์ 09-3931-4179, 08-4708-2323
-ท่าเรือดอนสาย หมายเลขโทรศัพท์ 08-6230-2424, 08-3361-9927
-ท่าเรือแชแล หมายเลขโทรศัพท์ 08-5002-3557
-ท่าเรือโนนน้ำย้อย หมายเลขโทรศัพท์ 09-5002-3557

อัตราค่าบริการ:
– 300 บาท เรือนั่งไม่เกิน 10 คน ระยะใกล้
– 500 บาท เรือนั่งไม่เกิน 10 คน ระยะไกล
– 600 บาท เรือบริการขนาดใหญ่ นั่งได้ 6-10 คน
– เรือหางยาว คนละ 100 บาท นั่งได้ 2-3 คน

ชมทะเลบัวแดง ณ หนองหาน กุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี

ติดตามข่าวจากเว็บนี้ กดปุ่ม
อีกหนึ่งจุดที่เราขอแนะนำเมื่อคุณมาเที่ยวทะเลบัวแดง บริเวณท่าเรือบ้านเดียม หลังจากชมทะเลบัวแดง แนะนำให้คุณแวะเที่ยววัดเทพจินดาบ้านเดียม ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่ประดิษฐานพระมหาธาตุเทพจินดา โดยบริเวณด้านหน้าองค์พระธาตุประดิษฐานพระพุทธรูปองค์หลวงปู่

วัดเทพจินดาบ้านเดียม

มาเที่ยวทะเลบัวแดงนอกจากจะได้ชมความงดงามของดอกบัวแดงบานสะพรั่งแล้ว คุณยังจะสามารถแวะไหว้พระและทำบุญบริเวณวัดดอนหลวง (วัดกลางน้ำ) และแวะไหว้พระมหาธาตุเทพจินดา ได้ที่วัดเทพจินดาบ้านเดียม นอกจากนี้จังหวัดอุดรธานี ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกหลายที่ อาทิเช่น ภูฝอยลมวัดป่าภูก้อน (Wat Pa Phu Kon)

การเดินทางไปยังทะเลบัวแดง
 จากตัวเมืองอุดรธานี ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 (อุดรธานี-กุมภวาปี) ถึงกิโลเมตรที่ 26 เลี้ยวซ้ายที่แยกบ้านนาดี-หนองเม็ก ระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร ก็จะถึงบ้านเดียม ทะเลบัวแดง หนองหาน กุมภวาปี นอกจากนี้ยังมีสายการบินบริการเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ สู่อุดรธานี

เที่ยวภูกระดึง (Phu Kradueng) จังหวัดเลย

เที่ยวภูกระดึง (Phu Kradueng) จังหวัดเลย

ภูกระดึง (Phu Kradueng) ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมากแห่งหนึ่งของเมืองไทย มีชื่อเสียงเลื่องลือมายาวนาน ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเพียงใดภูกระดึงยังมีนนต์เสน่ห์ดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวอยากไปสัมผัสภาพใบเมเปิ้ลสีแดง ที่ร่วงหล่นทั่วพื้นดินและผิวน้ำในลำธาร ทะเลหมอกที่ปกคลุมอยู่เหนือทิวสน ท่ามกลางทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ แซมด้วยดอกไม้ป่าหลากสีสัน อีกทั้งยังมีกุหลาบพันปี สีขาว สีแดง บานสะพรั่งทั่วผืนป่า ทั้งนี้พื้นที่ภายในอุทยานฯ ยังมีสภาพธรรมชาติสมบูรณ์ประกอบด้วยระบบนิเวศและภูมิประเทศหลากหลายทั้งทุ่งหญ้า ป่าสนเขา ป่าดิบ น้ำตกและหน้าผาชมทิวทัศน์ เส้นทางขึ้นภูกระดึง ทางขึ้นค่อนข้างชันแต่จะมีจุดแวะพักที่ “ซำ” ซึ่งหมายถึง บริเวณที่มีแหล่งน้ำใต้ดินผุดขึ้นมา โดยแต่ละจุดจะมีเครื่องดื่มและอาหารบริการ นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถชมความงามยามอาทิตย์ลับขอบฟ้า ณ บริเวณหน้าผาหล่มสัก ทำให้ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมความงดงามภายในพื้นที่อุทยานฯ โดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาวจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศนิยมขึ้นไปสัมผัสธรรมชาติบนภูกระดึงเป็นจำนวนมาก

เรียบเรียบข้อมูลโดย อะเมสซิ่งไทยทัวร์
ขอบคุณภาพประกอบจาก : คุณ Yod Miansaard
ข้อมูลอ้างอิง : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สำนักอุทยานแห่งชาติ, มติชนออนไลน์

ภูกระดึง มีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายที่ด้วยกัน ได้แก่ ผานกแอ่น เป็นอีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถชมความงดงามของพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์เบื้องล่างที่มีลักษณะเป็นท้องทุ่งและเทือกเขา ริมทางเดินใกล้ผานกแอ่นยังมีดอกกุหลาบป่าขึ้นเป็นดงใหญ่ โดยจะบานสะพรั่งในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน และยังมีผาหล่มสัก ซึ่งมีลักษณเป็นลานหินกว้าง มีสนต้นใหญ่อยู่ใกล้กับชะง่อนหินยื่นออกไปจากหน้าผา เป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกได้ชัดเจนที่สุด โดยในบริเวณนี้เป็นจุดที่ทำให้นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่างภาพนิยมไปถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ผาแห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของภูกระดึง นอกจากนี้ยังมี ผาหมากดูก น้ำตกวังกวาง น้ำตกเพ็ญพบใหม่ น้ำตกโผนพบ น้ำตกเพ็ญพบ น้ำตกธารสวรรค์ น้ำตกถ้ำสอเหนือ น้ำตกถ้ำสอใต้ สระอโนดาต เป็นต้น และอีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวและช่างภาพนิยมไปเที่ยวชมกัน นั่นก็คือ น้ำตกถ้ำใหญ่ ซึ่งเป็นบริเวณที่สามารถชมความงดงามของ “เมเปิ้ลแดง” ที่ร่วงหล่นทั่วพื้นดินและผิวน้ำในลำธาร

เที่ยวภูกระดึง (Phu Kradueng) จังหวัดเลย

แผนที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

สถานที่ตั้งภูกระดึง : อุทยานแห่งชาติภูกระดึง หมู่ที่ 1 บ้านศรีฐาน ต.ศรีฐาน อ. ภูกระดึง จ. เลย 42180
วันและเวลาเปิดทำการ : เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 – 18.00

การเดินทางไปยังภูกระดึง :
1. โดยรถยนต์ เดินทางโดยรถยนต์ สามารถเดินทางได้หลายเส้นทาง
เส้นทางที่ 1 เดินทางผ่านจังหวัดสระบุรี เพชรบูรณ์ อำเภอหล่มสัก หล่มเก่า ด่านซ้าย ภูเรือ และอำเภอเมืองเลย แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 201 (เลย-ขอนแก่น) และเลี้ยวเข้าทางหลวงจังหวัดหมายเลข 2019 ก็จะเข้าสู่พื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง
เส้นทางที่ 2 ใช้เส้นทางผ่านจังหวัดสระบุรี จังหวัดนครราชสีมา จนถึงจังหวัดขอนแก่นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 201 ผ่านอำเภอภูผาม่านและตำบลผานกเค้า ก็จะเข้าสู่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง
เส้นทางที่ 3 เดินทางผ่านจังหวัดสระบุรี อำเภอปากช่อง เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 201 ผ่านจังหวัดชัยภูมิ อำเภอภูเขียว แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 ผ่านอำเภอชุมแพ จากนั้นเดินทางเช่นเดียวกับเส้นทางที่ 2

2. โดยเครื่องบิน โดยใช้เที่ยวบิน กรุงเทพฯ-ขอนแก่น กรุงเทพฯ-เลย กรุงเทพฯ-อุดรธานี ของสายการบินต่างๆ ได้ทุกวัน สอบถามข้อมูลเที่ยวบินและสายการบิน ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ 02-628-2000, 02-515-9999, 02-267-2999 และ 1318

3. โดยรถไฟ ขึ้นรถไฟที่ที่สถานีรถไฟหัวลำโพงถึงสถานีรถไฟขอนแก่น ต่อรถโดยสารสายขอนแก่น-เลย ถึงอำเภอภูกระดึงแล้วต่อรถสองแถวเข้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง สอบถามข้อมูลรถไฟ หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ 02-225-1300 ต่อ 5201 ,02-223-0341-3 หรือติดต่อสอบถามโดยตรงที่อุทยานแห่งชาติกระดึง หมายเลขโทรศัพท์ 042-87-1333, 042-87-1458

4. โดยรถโดยสารประจำทาง ขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (หมอชิต 2) สายกรุงเทพ-เมืองเลย ลงรถที่ผานกเค้า ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่างชุมแพ-ภูกระดึง จากจุดนี้จะมีรถสองแถวไปอุทยานแห่งชาติ ภูกระดึงหรือหากนักท่องเที่ยวใช้รถประจำทางเส้นทางกรุงเทพฯ-ชุมแพแล้วลงที่ตลาดชุมแพแล้วต่อรถสายชุมแพ-ผานกเค้า ไปลงที่ผานกเค้า ซึ่งจะมีรถสองแถวไปที่ทำการอุทยานฯ จากนั้นต้องเดินเท้าเข้าสู่ยอดภูกระดึงระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร

บริเวณที่ทำการอุทยานฯ มีด่านเก็บค่าธรรมเนียม ผู้ใหญ่คนละ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท และบริการลูกหาบสัมภาระ กิโลกรัมละ 15 บาท นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเต็นท์และบ้านพักได้ที่ที่ทำการอุทยานฯ หมายเลขโทรศัพท์ 042-871333 , 042-871458 ระหว่างเวลา 07.00-18.00 น. หรือติดต่อกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรุงเทพมหานคร หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ 02-5620760 เว็บไซต์ www.dnp.go.th

ชมดอกดาวเรืองเหลืองอร่าม ณ ทุ่งดาวเรืองภูเรือ จังหวัดเลย

ชมดอกดาวเรืองเหลืองอร่าม ณ ทุ่งดาวเรืองภูเรือ จังหวัดเลย

หลังจากอัพเดทข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับที่เที่ยวหน้าหนาวบนดอยสูงทางภาคเหนือ และทะเลบัวแดงแห่งอุดรฯ ต่อเนื่องด้วยแหล่งท่องเที่ยวชมดอกไม้แห่งเมืองเลย กับ “ดอกดาวเรืองเหลืองอร่าม ณ ทุ่งดาวเรืองภูเรือ จังหวัดเลย” ซึ่งทุกๆ ปี ในช่วงหน้าหนาว ระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์จะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมความงดงาม ท่านใดที่แวะไปเที่ยวเมืองเลยในช่วงดังกล่าว ห้ามพลาด!

เรียบเรียงข้อมูลโดย อะเมสซิ่งไทยทัวร์
ข้อมูลอ้างอิง ทุ่งดอกดาวเรืองภูเรือ
ภาพจาก joloei / Shutterstock.com, nattanan726

ทุ่งดาวเรืองภูเรือ จังหวัดเลย ตั้งอยู่บริเวณริมทางหลวงหมายเลข 203 เลย-หล่มสัก ขับเลขเทอโมมิเตอร์ยักษ์ระยะทางประมาณ 2 กิโมเมตร ซึ่งทุ่งดาวเรืองภูเรือแห่งนี้เป็นไร่ของชาวบ้านที่ปลูกไว้สำหรับจำหน่าย บนเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ และได้เปิดให้นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถเข้าชม ถ่ายรูป เก็บบันทึกภาพความสวยงามของทิวทัศน์โดยรอบ โดยเสียค่าเข้าชมคนละ 10 บาท

ชมดอกดาวเรืองเหลืองอร่าม ณ ทุ่งดาวเรืองภูเรือ จังหวัดเลย

สถานที่ตั้งของทุ่งดาวเรืองภูเรือตั้งอยู่ที่ถนนเลย-หล่มสัก ถ้ามาจากเมืองเลย ผ่านอำเภอภูเรือ ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร

ทุ่งดาวเรืองภูเรือ จังหวัดเลย

ท่านใดที่ว่างๆ อย่าลืมไปชิล แชะ ชมทุ่งดอกดาวเรืองภูเรือได้  หากมีโอกาสไปเที่ยวแถวจังหวัดเลย ก็อย่าลืมแวะไปเที่ยวชมทุ่งดาวเรืองภูเรือ นอกจากนี้ทางอะเมสซิ่งไทยทัวร์ได้รับแจ้งว่าตอนนี้ยังมีโปรเจค ซึ่งจะปลูกที่ริมโขงเชียงคาน หากมีความคืบหน้าทางอะเมสซิ่งไทยทัวร์จะนำข่าวสารมาอัพเดทให้ทราบในลำดับถัดไป

เที่ยวภูฝอยลม (Phu foilom) จังหวัดอุดรธานี

เที่ยวภูฝอยลม (Phu foilom) จังหวัดอุดรธานี

ลมหนาวพัดผ่าน สัญญาณบ่งบอกว่าเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว คุณกำลังมองหาที่เที่ยวช่วงฤดูหนาวอยู่ใช่ไหม? อยากเที่ยวแถวอีสานใช่หรือไม่ ถ้าใช่! เราขอแนะนำ “ภูฝอยลม (Phu foilom)” ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี เชื่อว่าหลายท่านคงจะเริ่มสงสัยว่า ภูฝอยลม มีที่มาที่ไปยังไง ทำไมถึงมีชื่อนี้ เอาเป็นว่าไปทำความรู้จักและศึกษาประวัติความเป็นมาของพื้นที่แห่งนี้ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบก่อนที่จะไปเที่ยวภูฝอยลม

เรียบเรียงข้อมูลโดย อะเมสซิ่งไทยทัวร์
ข้อมูลอ้างอิง ภูฝอยลม
ภาพจาก ชนาวุธ บุตรฉิม (Chanawut Budchim),โครงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศภูฝอยลม,สวนรวมพรรณไม้ป่า ๖๐ พรรษา มหาราชินี (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)

เทือกเขาภูพานน้อย ป่าสงวนแห่งชาติป่าพันดอน-พะโค อำเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานี มียอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 600 เมตร ในอดีตพื้นที่ป่าแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์มาก มีความชื้นสูง อากาศหนาวเย็นตลอดปีทำให้เกิด Lichen ชนิดหนึ่ง เรียกว่า “ฝอยลม” มีลักษณะเป็นเส้นฝอยสีเขียวปนเทาคล้ายหนวดฤาษี โดยฝอยลม จะเกาะตามกิ่งต้นไม้กระจายไปทั่วผืนป่า จนบริเวณดังกล่าวถูกเรียกว่า “ภูฝอยลม” ต่อมารัฐบาลได้ให้สัมปทานป่า มีชาวบ้านเข้ามาใช้เป็นพื้นที่ทำมาหากิน จนส่งผลให้สภาพป่ามีความเสื่อมโทรม ฝอยลมจึงลดน้อยลง และสูญพันธุ์ไปจากพื้นที่ เหลือเพียงชื่อภูฝอยลมให้เรียกขานจนถึงปัจจุบัน

เที่ยวภูฝอยลม (Phu foilom) จังหวัดอุดรธานี

ภูฝอยลม คือป่าต้นน้ำลำธารที่สำคัญของจังหวัดอุดรธานี ในปี พ.ศ. 2528-2532 ทางการได้อพยพราษฏรออกจากพื้นที่ป่าแห่งนี้ จนต่อมาได้มีการฟื้นภูป่าเรื่อยมา พื้นที่ป่าจึงกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง กรมป่าไม้ได้จัดตั้งสวนรวมพันธุ์ไม้ป่า 60 พรรษามหาราชินี บนภูฝอยลม รวบรวมพันธุ์ไม้ป่าที่อยู่ในเขตภาคอีสาน พร้อมทั้งจัดโครงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศภูฝอยลม เพื่อพัฒนาภูฝอยลมเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีการสร้างพิพิธภัณฑ์ล้านปี บอกเล่าเรื่องราววิวัฒนาการสัตว์โลก มีหุ่นไดโนเสาร์ตั้งอยู่รอบพิพิธภัณฑ์ เพื่อดึงดูดให้เยาวชนเข้ามาเรียนรู้ธรรมชาติสร้างจิตสำนึกรักป่า

เที่ยวภูฝอยลม (Phu foilom) จังหวัดอุดรธานี

บนภูฝอยลม มีจุดให้เลือกชม เลือกเที่ยวหลากหลายที่ด้วยกัน อาทิเช่น ฝอยลมสวัสดิการ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถติดต่อจองที่พักได้ ณ จุดนี้, ร้านค้าสวัสดิการภูฝอยลม ส่วนนี้จะมีร้านอาหารตามสั่งไว้บริการทั้งกลางวันและกลางคืน (กรณีค้างแรม หรือกางเต็นท์ ร้านสวัสดิการจะปิดเวลา 1 ทุ่มครึ่ง) สำหรับท่านที่นำรถยนต์ส่วนตัวไม่ต้องกังวลเรื่องที่พัก เพราะที่นี่มีลานจอดไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีศาลาพักผ่อน, เส้นทางศึกษาธรรมชาติ, จุดชมวิวภูฝอยลม, สวนรวมพรรณไม้ 60 พรรษา มหาราชินี, พุทธสถานภูฝอยลม, จำลองมนุษย์ถ้ำภูฝอยลม, พิพิธภัณฑ์ล่านปีภูฝอยลม, อาคารพิพิธภัณฑ์อุทยานล้านปีภูฝอยลม

เที่ยวภูฝอยลม (Phu foilom) จังหวัดอุดรธานี

ข้อปฏิบัติของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวภูฝอยลม
– ไม่ทิ้งขยะมูลฝอยหรือสิ่งต่างๆ ในที่ที่มิได้จัดไว้เพื่อการนั้น หรือเพื่อรักษาภูฝอยลมให้สวยงามและมีสิ่งแวดล้อมที่ดี กรุณาช่วยนำขยะของท่านกลับลงไปด้วย
– ไม่ส่งเสียงดังรบกวนสัตว์ป่าหรือนักท่องเที่ยวอ่นและงดส่งเสียงดัง หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ทุกอย่างหลังเวลา 22.00 น.
– ใช้ยานพาหนะด้วยความระมัดระวังและสุภาพ และจอดในที่ที่จัดเตรียมไว้ให้จอดเท่านั้น (กรุณาหลีกเลี่ยงขับยานพาหนะระหว่างเวลา 20.00 – 06.00 น.)
– ผู้ที่มาพักแรมหรือนำเต็นท์มาเอง กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนกางเต็นท์ทุกครั้ง
– ไม่นำหรือจุดระเบิด ประทัด หรือดอกไม้เพลิงในเขตป่า
– ไม่กระทำการใดๆ อันอาจก่อให้เกิดไฟไหม้ป่า หรือก่อกองไฟในสนามหญ้าหรือสวนหย่อม
– ไม่นำเครื่องมือสำหรับการล่าหรือจับสัตว์ป่า ตลอดจน อาวุธใดๆ เข้าไปในเขตป่า
– ไม่เก็บหาของป่าทุกชนิดหรือทำให้เสื่อมสภาพของระบบนิเวศธรรมชาติ
– ปิดน้ำ-ไฟฟ้า ทุกครั้งหลังการใช้ ใช้ทรัพยากรทุกอย่างโดยประหยัดและคุ้มค่า พบอุปกรณ์ชำรุดหรือเสียหาย แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการแก้ไข
– ห้ามใช้วัสดุ-อุปกรณ์ หรือสถานที่ ก่อนได้รับอนุญาต
– ไม่ก่อเหตุทะเลาะวิวาท
– ห้ามเล่นการพนันทุกชนิด
– เก็บทรัพย์สินมีค่าของท่านไว้ในที่ปลอดภัย
– ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่โดยเคร่งครัด

การเดินทางมายังภูฝอยลม หากเดินทางมาตามเส้นทางขอนแก่น-อุดรธานี เมื่อเลยอำเภอโนนสะอาด บริเวณทางแยกซ้ายที่บ้านห้วยเกิ้งไปภูฝอยลม รถยนต์สามารถขึ้นถึงบนภูได้โดยสะดวก กรณีเดินทางจากตัวเมืองอุดรธานีขับรถตามทางหลวงหมายเลข 210 มุ่งหน้าหนองบัวลำภูจะมีทางแยกเลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอหนองแสง